Because everyone's scalp and hair have different problems and needs, many people may wonder which AloEx anti-hair loss shampoo formula is best suited for their scalp and hair. How do the different formulas differ? Let's get to know AloEx anti-hair loss shampoos and find the answers in this article. AloEx Hair Loss Shampoo is a shampoo rich in a variety of natural extracts, effectively nourishing and restoring the health of your scalp and hair, leaving them strong and resilient. It helps reduce hair loss, itching, oiliness, dandruff, and acne on the scalp. The shampoo deeply cleanses impurities, pollutants, and chemical residues while strengthening the scalp's natural barrier. It is available in four formulas, as follows: 1. AloEx Original Shampoo, the white bottle, Original Formula, is ideal for individuals with oily scalp and hair, those who sweat easily, or those who exercise regularly. It helps cleanse impurities, reduce the buildup of fungi and bacteria. The root cause of dandruff and unpleasant odors is reduced, along with hair loss, and new hair growth is stimulated. Additionally, it helps control excess oil throughout the day, leaving hair healthy, not greasy, and feeling refreshed and cool after washing. Furthermore, it is free from SLS/SLES, silicone, parabens, alcohol, and fragrance, which can cause allergies and hair loss. […]
ผิวแพ้ง่าย ทำอย่างไรดี?
ผิวแพ้ง่ายทำยังไงดี? 1. ผดผื่นแดง อาการนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังใช้ผลิตภัณฑ์ แต่จะมีผดเล็กๆ หรือผื่นแดงขึ้นหลังจากใช้ 1-2 วัน ถ้ามีอาการแบบนี้ ควรหยุดใช้ทันทีนะคะ เพราะแสดงว่าผิวเกิดอาการแพ้ หรือระคายเคืองจากส่วนผสมบางอย่างในผลิตภัณฑ์ 2. ผมร่วง – ผิวลอก อาจเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ การผลัดเซลล์ผม หรือ เซลล์ผิวตามธรรมชาติ ซึ่งถ้าเป็นการผลัดเซลล์ตามธรรมชาติแล้ว จะไม่มีอันตรายใดๆ แต่ผิวที่ลอก และผมที่ร่วงมากขึ้นนั้น จะเกิดขึ้นไม่นาน และปริมาณที่ร่วงต้องไม่เยอะจนผิดปกติ แพ้สารเคมีบางชนิดในผลิตภัณฑ์ เกิดการระคายเคือง จากสารเคมีที่รุนแรง โดยส่วนมาก อาการแพ้พวกนี้ จะมาจากผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีผสมอยู่ จะทำให้ผิวลอกเยอะ ทิ้งรอยแดงไว้ หรือ ผมร่วงมากขึ้นผิดปกติ 3. แสบร้อน ส่วนผสมที่เป็นสารเคมีบางอย่างจะออกฤทธิ์รุนแรง ทำให้ผิวหนังระคายเคืองเฉียบพลัน อาการแสบร้อนนี้ ถ้าหายไปภายใน 10 นาที แล้วไม่ทิ้งรอยแดงไว้ ถือว่าเป็นอาการปกติ ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้ แต่ถ้ายิ่งแสบขึ้นเรื่อยๆ ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีนะคะ 4. คันยิบๆ ส่วนผสมที่เป็นสารเคมีบางอย่างจะออกฤทธิ์รุนแรง ทำให้ผิวหนังระคายเคืองเฉียบพลัน อาการแสบร้อนนี้ ถ้าหายไปภายใน 10 นาที แล้วไม่ทิ้งรอยแดงไว้ ถือว่าเป็นอาการปกติ ยังสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นั้นได้ แต่ถ้ายิ่งแสบขึ้นเรื่อยๆ ควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์นั้นทันทีนะคะ ผิวแพ้ง่าย…เลือกผลิตภัณฑ์อย่างไรดี? 1.อ่านฉลากก่อนเลย ดูว่ามีส่วนผสมอะไรที่เราแพ้มั้ย หรือมีส่วนผสมอะไรที่เป็นสารเคมีแรงๆ โดยสารที่มีแนวโน้มทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น น้ำหอม, สเตียรอย, SLS ใน cleansing products ,พาราเบน , Retinol หรือ Glycolic Acid ในครีมบำรุง เป็นต้น ควรดูค่า pH ที่อ่อนโยนต่อผิว โดยจะอยู่ที่ประมาณ 4.5 – 7 ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์เป็นกรด(pH 1-3) หรือเบสมาก (pH > 8) จะทำให้ผิวระคายเคืองง่าย ดูวันผลิตและวันหมดอายุ หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุ หรือใกล้จะหมดอายุนะคะ เพราะสารต่างๆ จะเปลี่ยนสภาพ ไม่เหมาะกับผิวเราแล้วค่ะ (เผื่อเราใช้ไม่ทัน อย่าได้เสียดายเป็นอันขาดดด ผ่านกรรมวิธีการผลิตที่ปลอดภัย ผ่านการรับรองจากอย. หรือ เลขที่จดแจ้งจากกระทรวงสาธารณสุข 2. เลือกที่อ่อนโยน หรือ มีสัญลักษณ์ว่าทดสอบอาการแพ้ โดยเลือกส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติ เพราะสารสกัดจากรรมชาติ จะดูแลผิวเราได้ดีที่สุด และทำงานได้ดีกับร่างกายมนุษย์ โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง หรือ อาการข้างเคียงใดๆ3. ทดสอบการแพ้ก่อน! ลองทดสอบทาผลิตภัณฑ์ที่หลังหู ใต้ท้องแขน หรือข้อพับเพื่อทดสอบอาการแพ้ก่อนใช้ โดยปกติแล้ว เรามักจะลองใช้ tester ทาบนหลังมือบ้าง หลังแขนบ้าง ซึ่งเป็นส่วนที่ชั้นหนังกำพร้าจะหนาจึงอาจจะไม่เกิดอาการระคายเคือง แต่ผิวหน้าและหนังศีรษะของเราจะเป็นส่วนที่บอบบางกว่าส่วนอื่นๆ ของร่างกาย จึงอาจเกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย เราจึงต้องทดสอบการแพ้ก่อนโดยการทาไว้ที่ส่วนที่แพ้ง่าย เช่น หลังหู หรือ ใต้ท้องแขน แล้วทิ้งไว้ 30 นาที ถ้าไม่มีอาการแพ้ใดๆ ก็สามารถซื้อมาใช้ได้เลยจ้า








