เมื่อสระผมแล้วพบเส้นผมร่วงกองอยู่ที่ตะแกรงท่อน้ำทิ้งมากกว่าปกติ หรือเมื่อส่องกระจกแล้วสังเกตเห็นว่ารอยแสกผมเริ่มกว้างขึ้นจนเห็นหนังศีรษะชัดเจน…
หากสัญญาณเหล่านี้กำลังเกิดขึ้นกับคุณผู้หญิงในช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป สิ่งแรกที่บทความนี้อยากยืนยันให้สบายใจคือ “คุณไม่ได้คิดไปเอง และไม่ได้กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่เพียงลำพัง” เพราะสำหรับผู้หญิงแล้ว อาการผมร่วงในช่วงวัยนี้มักไม่ได้มีสาเหตุมาจากแค่ความเครียดหรือการเปลี่ยนยาสระผม แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของ “ผมร่วงวัยทอง” (Menopausal Hair Loss) ซึ่งมีตัวการสำคัญที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคือ ‘การเปลี่ยนผ่านของฮอร์โมนเพศหญิง’
บทความนี้จะพาไปเจาะลึกต้นตอของปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ตามหลักวิทยาศาสตร์การแพทย์ พร้อมแนะนำแนวทางการทวงคืนสุขภาพเส้นผมที่แข็งแรงกลับมาอีกครั้ง

ผมร่วงวัยทองมักเริ่มบางจากรอยแสกกลางศีรษะไล่ลงมา ไม่ได้ล้านเป็นหย่อมเหมือนผู้ชาย
“ผมร่วงวัยทอง” คืออะไร? และเกิดจากอะไรกันแน่
ผมร่วงวัยทอง คือ ภาวะที่วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลง ทำให้หลุดร่วงเร็วขึ้น และเส้นผมชุดใหม่ที่งอกขึ้นมาทดแทนมีลักษณะ “ลีบเล็กลง” อย่างเห็นได้ชัด โดยมักจะเริ่มบางจากบริเวณรอยแสกกลางศีรษะไล่ลงมา
สาเหตุที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ความสกปรกของหนังศีรษะ แต่อยู่ที่ “การเสียสมดุลของระบบต่อมไร้ท่อภายใน” ซึ่งสามารถอธิบายทีละขั้นตอนได้ดังนี้:
- ช่วงวัยเจริญพันธุ์: ร่างกายมีฮอร์โมน Estrogen สูง ซึ่งเปรียบเสมือน ‘ปุ๋ยธรรมชาติ’ ที่ช่วยยืดอายุให้เส้นผมเกาะยึดอยู่บนหนังศีรษะได้นาน และช่วยคานอำนาจไม่ให้ฮอร์โมนกลุ่มแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) ออกฤทธิ์ได้
- เมื่อก้าวสู่วัยทอง: ระดับ Estrogen ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว
- การปรากฏตัวของตัวร้าย: เมื่อขาดปุ๋ยคุ้มกัน ฮอร์โมนเพศชายชื่อ Testosterone ที่มีอยู่ในร่างกายของทุกคน จะถูกเอนไซม์ชื่อ 5α-reductase แปลงสภาพให้กลายเป็นฮอร์โมนฟอร์มดุร้ายที่ชื่อว่า DHT (Dihydrotestosterone)
- รากผมฝ่อตัว: ฮอร์โมน DHT จะพุ่งเข้าไปจับกับตัวรับ (Receptor) ที่เซลล์รากผม สั่งการให้รากผมหดตัวเล็กลง ส่งผลให้เส้นผมขาดสารอาหารและร่วงหลุดไปในที่สุด
วัยทองชาย vs วัยทองหญิง: ต่างกันไหม ส่งผลต่อเส้นผมเหมือนกันหรือเปล่า?
มีความเข้าใจผิดบ่อยครั้งว่า “วัยทอง” มีแค่อาการหงุดหงิดเหมือนกันหมด แต่ในทางการแพทย์ วัยทองของเพศชายและเพศหญิงมี “นิยาม จุดกำเนิด และพฤติกรรมของฮอร์โมน” ที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 มิติ ดังนี้:
มิติที่ 1: ในแง่นิยามและระบบร่างกาย (ที่ไม่ใช่เรื่องผมร่วง)
- วัยทองเพศหญิง (Menopause)
- นิยามคือ “การปิดสวิตช์ถาวร”: รังไข่หยุดทำงานและหยุดผลิตไข่โดยสมบูรณ์ มีจุดตัดชัดเจนคือการขาดประจำเดือนครบ 1 ปี
- ความเร็ว: เกิดขึ้นแบบ “ดิ่งฮวบฉับพลัน” ในระยะเวลาสั้นๆ
- ผลกระทบ: ร่างกายปรับตัวไม่ทันจนเกิดภาวะร้อนวูบวาบ และสูญเสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็วจนเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน
- วัยทองเพศชาย (Andropause)
- นิยามคือ “การหรี่ไฟลงช้าๆ”: อัณฑะไม่ได้หยุดทำงานถาวร แต่นิยามคือการที่ฮอร์โมนเพศชาย (Testosterone) ค่อยๆ ซึมลดลงเฉลี่ยเพียงปีละ 1–2% โดยเริ่มลดลงตั้งแต่อายุราว 40 ปี
- ความเร็ว: ค่อยเป็นค่อยไปจนเจ้าตัวแทบไม่สังเกตเห็น ไม่มีจุดหยุดที่ชัดเจน
- ผลกระทบ: แสดงออกผ่านความเสื่อมถอยของพลังงาน เช่น มวลกล้ามเนื้อลดลงแทนที่ด้วยไขมันช่องท้อง (ลงพุง) อ่อนเพลียเรื้อรัง และความต้องการทางเพศลดลง
มิติที่ 2: ในแง่ของ “ปัญหาผมร่วง”
เมื่อพฤติกรรมของฮอร์โมนตั้งต้นต่างกัน ผลลัพธ์ที่ส่งมากระทบ “รากผม” จึงแสดงออกต่างกัน:
- เพศชายวัยทอง ร่วงแบบ “เปิดเผย”: เนื่องจาก DHT ค่อยๆ สะสมทำลายรากผมมาเงียบๆ แรมสิบปี พอเข้าสู่วัยทอง รากผมจึงฝ่อตัวจนเกิดการร่วงแบบมีแพทเทิร์นชัดเจน (Male Pattern Baldness) เช่น เว้าลึกเป็นรูปตัว M ที่หน้าผาก หรือล้านโล่งบริเวณกลางกระหม่อม
- เพศหญิงวัยทอง ร่วงแบบ “พรางตัว”: เกิดจากตัวคุ้มกันอย่าง ‘เอสโตรเจน’ หายไปฉับพลัน ทำให้ DHT ที่เคยสงบนิ่งในร่างกาย กลายเป็นผู้ชนะขึ้นมาทันที ผมจึงร่วงแบบกระจายบางทั่วทั้งศีรษะ (Diffuse Thinning) โดยเฉพาะรอยแสกที่กว้างขึ้น แต่มักจะไม่ล้านเตียนจนหมดศีรษะเหมือนเพศชาย
| หัวข้อเปรียบเทียบ | วัยทองเพศหญิง | วัยทองเพศชาย |
|---|---|---|
| ชื่อทางการแพทย์ | Menopause |
|
| ความเร็วของฮอร์โมนที่ลดลง |
|
|
| อาการทางร่างกาย |
|
|
| รูปแบบผมร่วง |
|
|

ผมร่วงจากฮอร์โมน กับ ผมร่วงวัยทอง เกี่ยวข้องกันแค่ไหน?
ผมร่วงจากฮอร์โมน กับ ผมร่วงวัยทอง เกี่ยวข้องกันโดยตรงเลย
ผมร่วงจากฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) คือ สภาวะที่รากผมถูกรบกวนโดยฮอร์โมนเพศชาย หรือ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) จนวงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลง จากที่เคยงอกได้หนาและแข็งแรง รากผมจะค่อยๆ ฝ่อตัวลง เส้นผมชุดใหม่ที่ผลัดขึ้นมาจึงมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นแค่เส้นขนอ่อน และหยุดงอกไปในที่สุด
แล้วทำไมฮอร์โมนเพศชายถึงทำร้ายรากผมของผู้หญิงวัยทองได้ล่ะ?
คำตอบก็คือ ร่างกายของผู้หญิงทุกคนมีฮอร์โมนเพศชายติดตัวมาตั้งแต่เกิดในปริมาณหนึ่ง ซึ่งในช่วงวัยสาว ร่างกายของผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเพศหญิง หรือ เอสโตรเจน (Estrogen) สูงมาก ทำให้คนคุมเกมคือเอสโตรเจน แต่เมื่ออายุมากขึ้น เอสโตรเจนกลับยิ่งน้อยลง โดยเฉพาะในวัยทองที่เอสโตรเจนลดลงฮวบฮาบ ขณะที่เทสโทสเตอโรนมีเท่าเดิม ทำให้ฮอร์โมนเพศชายที่เคยโดนฮอร์โมนเพศหญิงข่มไว้แผลงฤทธิ์ออกมา เข้าไปจับตัวกับเอนไซม์ 5-alpha-reductase จนเป็นเหตุให้ผู้หญิงวัยทองผมร่วงเพราะฮอร์โมนมากขึ้น
วิธีเลือกแชมพู เซรั่มหรือโทนิก และผลิตภัณฑ์ดูแลผมสำหรับคนผมร่วงวัยทอง
สำหรับคนผมร่วงวัยทองที่รู้แล้วว่าสาเหตุผมร่วงหลักๆ มาจากฮอร์โมน DHT การมองหาสารสกัดกลุ่มที่ช่วยลดผมร่วงจากฮอร์โมน DHT ในผลิตภัณฑ์ลดผมร่วงจึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่เนื่องจากปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะของวัยทองไม่ได้มีแค่เรื่องผมร่วง แต่การที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้ความชุ่มชื้นในผิวลดลงไปด้วย หนังศีรษะจึงแห้ง ระคายเคืองง่าย จึงแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะตามนี้
- มีสารสกัดที่ช่วยลดผมร่วงจากฮอร์โมน DHT เป็นส่วนผสม เช่น Saw Palmetto, สารสกัดประเภทเปปไทด์ ได้แก่ Capixyl™ และ Procapil™, สารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติที่สกัดโดยวิธีพิเศษ ได้แก่ AloEx Hydrosol Complex Extract และ AloEx Phenolic Complex Extract เป็นต้น
- หลีกเลี่ยงสารทำความสะอาดประเภทซัลเฟต (Sulfate) เช่น SLS, SLES, ALS, ALES เป็นต้น เพราะหนังศีรษะคนวัยทองมีลักษณะแห้งเป็นทุนเดิม สารทำความสะอาดประเภทซัลเฟตที่ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจดจนเกินไป จะทำให้หนังศีรษะยิ่งแห้ง เมื่อหนังศีรษะแห้งเกินไป จะทำให้ระคายเคืองง่าย มีอาการคัน และอักเสบง่าย
- ปราศจากซิลิโคน (Silicone Free) พอสภาพหนังศีรษะแห้ง เส้นผมก็จะแห้งไร้น้ำหนักไปด้วย จนต้องมองหาตัวช่วยให้ผมชุ่มชื้น แต่ซิลิโคนเป็นสารที่ช่วยให้ผมนุ่มลื่นชั่วคราว แต่ในระยะยาวจะตกค้างและอุดตันรูขุมขนที่อ่อนแออยู่แล้ว ทำให้สารบำรุงในเซรั่มซึมลงไปไม่ถึงรากผม
- มีสารสกัดที่ช่วยกระตุ้นระยะการงอกใหม่ นอกจากจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบล็อกไม่ให้ผมเก่าร่วงแล้ว ควรมีสารกระตุ้นให้สร้างผมใหม่ด้วย เช่น Redensyl™, AnaGain™, Apple Stem Cell หรือ AloEx Hydrosol Complex Extract และ AloEx Phenolic Complex Extract เป็นต้น
- มีสารสกัดที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ เพื่อชดเชยน้ำมันตามธรรมชาติและเกราะเอสโตรเจนที่ขาดหายไป ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมปลอบประโลมผิวและเพิ่มระดับน้ำให้หนังศีรษะ เช่น สารสกัดจากว่านหางจระเข้ (Aloe Vera), วิตามินบี 5 (Panthenol), กรดอะมิโน หรือสารสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็น ที่จะช่วยฟื้นบำรุงหนังศีรษะให้กลับมาสมดุล
- ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน โดยเลือกได้จากผลิตภัณฑ์ที่เน้นสารสกัดจากธรรมชาติ หรือมีสัญลักษณ์แสดงว่าผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง
ผมร่วงวัยทอง ใช้แชมพูและเซรั่ม AloEx ตัวไหนดี?
สำหรับชาวผมร่วงวัยทองที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งช่วยยับยั้ง DHT และความอ่อนโยนขั้นสุดต่อหนังศีรษะวัยทอง ขอแนะนำขั้นตอนการดูแล 2 Steps จาก AloEx ที่นอกจากจะตอบโจทย์ปัญหาผมร่วงวัยทองแล้ว ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วัยที่ไม่ต้องการอะไรที่ยุ่งยากด้วย!
Step 1: สระ… ด้วยแชมพูลดผมขาดร่วงสูตรอ่อนโยน AloEx Organic Extra Mild Shampoo
ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดของการดูแลปัญหาผมร่วง ไม่ว่าจะเป็นผมร่วงทั่วไปหรือผมร่วงวัยทอง คือ ‘การสระ’ แม้ว่าจะเป็นขั้นตอนที่ผลิตภัณฑ์อยู่บนหนังศีรษะเพียงชั่วครู่แล้วล้างออก แต่ก็เป็นขั้นตอนที่อาจทำร้ายหนังศีรษะได้มากที่สุดหากเลือกใช้แชมพูผิดประเภท และยังเกี่ยวข้องกับสมดุลความชุ่มชื้นโดยตรง ที่สำคัญ การสระผมที่ถูกต้องคือการเคลียร์สิ่งอุดตัน เพื่อเตรียมสภาพหนังศีรษะให้พร้อมรับการบำรุงในขั้นตอนต่อไป
AloEx Organic Extra Mild Shampoo เป็นแชมพูที่ออกแบบมาเพื่อดูแลคนมีปัญหาผมขาดหลุดร่วงที่หนังศีรษะบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับช่วงผมร่วงวัยทองเพราะ…
- แชมพูเนื้อใส สูตรอ่อนโยนพิเศษ: ปราศจากสารก่อการระคายเคืองอย่างซัลเฟต (SLS/SLES/ALS/ALES) ซิลิโคน พาราเบน และแอลกอฮอล์
- รักษาสมดุลน้ำหล่อเลี้ยงผิว: ทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกโดยไม่ทิ้งให้หนังศีรษะแห้งตึง พร้อมเติมความชุ่มชื้นชดเชยเกราะป้องกันผิวที่เสียไป ด้วยสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ
- กลิ่นหอมผ่อนคลาย: โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมสไตล์ดอกไม้และอโรมาเธอราพี ให้ความรู้สึกสดชื่นขณะสระ หมดกังวลเรื่องกลิ่นเหม็นเขียวแบบแชมพูสมุนไพรทั่วไปตามท้องตลาด
- สารสกัดทรงพลัง: อุดมด้วยสารสกัดสมุนไพรธรรมชาติกว่า 15 ชนิด ที่ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่น่าเชื่อถือแล้วว่า ช่วยลดผมร่วงและกระตุ้นการงอกใหม่ได้จริง
อ่านผลทดสอบจากห้องปฏิบัติการ
Step 2: บำรุง… ด้วยเซรั่ม AloEx เซรั่มสมุนไพรเนื้อน้ำ มีผลทดสอบทางวิทยาศาสตร์รองรับ
หลังจากที่หนังศีรษะสะอาดและรูขุมขนเปิดรับการบำรุงอย่างเต็มที่แล้ว ก็ถึงเวลาเติมสารอาหารและปิดการทำงานของตัวทำร้ายรากผม ด้วยเซรั่มบำรุงแบบไม่ต้องล้างออก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่จะเข้าไปจัดการกับต้นตอของผมร่วงวัยทองได้อย่างล้ำลึก
AloEx Organic Anti Hair Loss Serum เซรั่มสมุนไพรเนื้อน้ำเข้มข้น ตอบโจทย์มนุษย์ผมร่วงที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แต่หวังผลได้จริง แบบมีผลทดสอบทางวิทยาศาสตร์รองรับ
- ลดผมร่วงเทียบตัวยา Finasteride: AloEx Organic Anti Hair Loss Serum ประกอบด้วยสมุนไพรที่สกัดโดย AloEx 2 ชนิด คือ AloEx Hydrosol Complex Extract และ AloEx Phenolic Complex Extract ซึ่งมีผลทดสอบจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แล้วว่าช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ได้ถึง 89.50% เมื่อเทียบกับตัวยา Finasteride จากผลทดสอบนี้ ชี้ให้เห็นว่าสารสกัดสมุนไพรใน AloEx Organic Anti Hair Loss Serum นอกจากจะช่วยลดผมร่วงจากฮอร์โมน DHT ได้แล้ว ยังช่วยลดโอกาสรากผมฝ่อจากฮอร์โมน DHT ได้ด้วย
- เพิ่มอัตราการแบ่งตัวของเซลล์รากผมเทียบตัวยา Minoxidil: ผลทดสอบจาก วว. ยังแสดงให้เห็นว่า สารสกัดสมุนไพร AloEx ยังช่วยเพิ่มอัตราการแบ่งตัวของเซลล์รากผมได้ถึง 87.91% เมื่อเทียบกับตัวยา Minoxidil ซึ่งเป็นตัวยาที่แพทย์มักจ่ายให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาผมบาง ชี้ให้เห็นว่านอกจาก AloEx Organic Anti Hair Loss Serum จะช่วยลดผมร่วง รากผมฝ่อเพราะฮอร์โมนได้แล้ว ยังช่วยบำรุงให้ผมเกิดใหม่ได้ด้วย
- เนื้อน้ำ ซึมง่าย ไม่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม: เซรั่มเนื้อน้ำสมุนไพรเข้มข้น แต่ไม่ทำให้ผมลีบแบน ฉีดแล้วนวดเบาๆ เนื้อเซรั่มจะซึมเข้าไปที่หนังศีรษะ จะรู้สึกว่าหนังศีรษะชุ่มชื้นขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ทิ้งความเหนอะไว้ ตอบโจทย์หนังศีรษะที่เริ่มแห้งของชาวผมร่วงวัยทองสุดๆ
- ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง: หนังศีรษะของชาวผมร่วงวัยทองค่อนข้างระคายเคืองง่าย จึงต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ ซึ่งเซรั่มของ AloEx ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากแพทย์ผิวหนังแล้วว่า ผิวแพ้ง่ายใช้ได้
AloEx Organic Intensive Hair Serum เซรั่มที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผมร่วงผมบางครอบคลุมหลายสาเหตุ ด้วยสารออกฤทธิ์ที่สกัดจากธรรมชาติเข้มข้นถึง 96% แต่ยังอ่อนโยนกับหนังศีรษะและเส้นผมที่แพ้ง่าย
- ลดผมร่วงและป้องกันรากผมฝ่อจากฮอร์โมน DHT: ด้วยสารสกัดจากธรรมชาติและสารสกัดสมุนไพรเข้มข้น ที่มีฤทธิ์เข้าไปยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ไม่ให้เข้าไปจับตัวกับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจนกลายเป็นฮอร์โมน DHT ต้นเหตุผมร่วงและรากผมฝ่อของคนวัยทอง โดยสารออกฤทธิ์ใน AloEx Organic Intensive Hair Serum ที่ช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ได้แก่ AloEx Hydrosol Complex Extract และ AloEx Phenolic Complex Extract, Saw Palmetto, Capixyl™ และ Procapil™
- บำรุงผมงอกใหม่: สารสกัดสมุนไพรที่สกัดด้วยวิธีเฉพาะของ AloEx อย่าง AloEx Hydrosol Complex Extract และ AloEx Phenolic Complex Extract มีผลทดสอบเรื่องการกระตุ้นให้เซลล์รากผมสร้างผมใหม่เทียบตัวยา Minoxidil นอกจากนี้ยังมีสารสกัดนำเข้าอีกมากมายที่ช่วยยืดระยะเติบโตของเส้นผม ได้แก่ Redensyl™, AnaGain™ และ Apple Stem Cell
- เนื้อบางเบา ซึมไว ไม่ทำให้โคนผมลีบแบน: ออกแบบมาเพื่อลักษณะเส้นผมของผู้มีปัญหาผมบางโดยเฉพาะ ตัวเซรั่มเป็นสูตร Water-based นวดเบาๆ ก็ไม่ทิ้งความมันหรือความเหนอะหนะ สามารถฉีดบำรุงได้ทุกวันหลังสระผม (หรือแม้แต่ตอนผมแห้ง) โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้ผมเสียทรง
- ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง: เข้มข้นเรื่องการดูแลปัญหาผมร่วงผมบาง แต่ยังอ่อนโยน ผิวบอบบางแพ้ง่ายใช้ได้ มีผลทดสอบการระคายเคืองโดยแพทย์ผิวหนังมายืนยันความอ่อนโยน
สรุป: ผมร่วงวัยทอง ไม่ใช่จุดจบ แต่คือสัญญาณที่ดูแลได้
ผมร่วงในช่วงวัยทองเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย เมื่อเอสโตรเจนซึ่งเคยทำหน้าที่เป็น “เกราะป้องกัน” ลดลงอย่างรวดเร็ว ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เคยสงบนิ่งจึงแผลงฤทธิ์ผ่านเอนไซม์ 5-alpha reductase จนกลายเป็น DHT ตัวการที่ทำให้รากผมฝ่อและผมร่วงบางกระจายทั่วศีรษะ โดยเฉพาะบริเวณแสกกลาง
เข้าใจแบบนี้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับคนผมร่วงวัยทองต้องตอบโจทย์ 2 เรื่องไปพร้อมกัน คือ ช่วยลดการทำงานของ DHT ที่ต้นเหตุ และเติมความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะที่แห้งง่ายขึ้นจากการขาดเอสโตรเจน โดยไม่ใช้สารที่รุนแรงอย่างซัลเฟตหรือซิลิโคนที่จะยิ่งซ้ำเติมปัญหา
ผลิตภัณฑ์ AloEx 2 ตัว ที่ตอบโจทย์ชาวผมร่วงวัยทอง ทั้งเรื่องยับยั้งต้นตอผมร่วง บำรุงและดูแลหนังศีรษะวัยทองอย่างอ่อนโยนในขั้นตอนเดียวกัน คือ
- AloEx Organic Extra Mild Shampoo แชมพูสูตรอ่อนโยนสำหรับหนังศีรษะบอบบาง
- AloEx Organic Intensive Hair Serum ที่มีสารสกัด AloEx Hydrosol Complex และ AloEx Phenolic Complex ซึ่งผ่านการทดสอบจาก วว. (TISTR) แล้วว่าช่วยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ได้ถึง 89.50% เมื่อเทียบกับ Finasteride และช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์รากผมได้ 87.91% เมื่อเทียบกับ Minoxidil พร้อมสารสกัดนำเข้าอีกมากมาย เช่น Redensyl™, Capixyl™, Procapil™ เป็นต้น
ผมร่วงวัยทองเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นไปตามธรรมชาติของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง แต่การดูแลที่ถูกจุดจะช่วยชะลอและฟื้นบำรุงเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงได้
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- Grymowicz, M., et al. (2020). Hormonal effects on hair follicles. International Journal of Molecular Sciences, 21(15), 5342. อ่านบทความวิจัย
- Ramos, P. M., & Miot, H. A. (2015). Female pattern hair loss: a clinical and pathophysiological review. Anais Brasileiros de Dermatologia, 90(4), 529–543. อ่านบทความวิจัย
- Singh, P. (2013). Andropause: Current concepts. Indian Journal of Endocrinology and Metabolism, 17(Suppl 3), S621–S629. อ่านบทความวิจัย
- D’Souza, P., & Rathi, S. K. (2015). Shampoo and conditioners: What a dermatologist should know? Indian Journal of Dermatology, 60(3), 248–254. อ่านบทความวิจัย